เกมการเงินโลกครั้งใหม่: อเมริกาทุบ BTC เพื่ออุ้มทองคำ หรือนี่คือแผนซ้อนแผน? ขณะที่มูลค่าตลาดทองคำพุ่งทะยานจาก 13 ล้านล้านดอลลาร์สู่ระดับ 30 ล้านล้านดอลลาร์ BTC กลับร่วงจากจุดสูงสุด 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ เหลือเพียงราว 1 ล้านล้านดอลลาร์ ภาพที่สวนทางกันอย่างสุดขั้วนี้ ทำให้เกิดทฤษฎีสมคบคิดครั้งใหญ่ว่า หรือนี่จะเป็นเกมจิตวิทยาที่ควบคุมโดยมหาอำนาจ? ทฤษฎีนี้มองว่ารัฐบาลอเมริกากำลังสร้างสถานการณ์ความกลัว ทั้งการเมือง ภาษี และแรงกดดันต่างๆ เพื่อผลักดันให้คนทั่วโลกหันไปถือครองทองคำเป็นการใหญ่ เหมือนการ ‘ขายหิน’ ให้คนเก็บยาวๆ ขณะที่ตัวเองได้เงินมหาศาลเข้าคลัง ในเวลาเดียวกัน กองทุนยักษ์ใหญ่อย่าง IBIT ETF ก็ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือในการปล่อยของ BTC เพื่อทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายย่อย เมื่อยักษ์ใหญ่ยังหนี ใครจะกล้าอยู่? ความเชื่อมั่นจึงไหลจากตลาดคริปโตกลับไปสู่ทองคำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในอีกมุมหนึ่ง นี่อาจเป็นเพียงฉากหน้าของแผนซ้อนแผนที่ใหญ่กว่า มีการวิเคราะห์ว่ากลุ่มทุนใหญ่และแม้กระทั่งรัฐบาลอเมริกากำลังใช้ช่วงเวลานี้ ‘ซ่อนของ’ หรือสะสม BTC อย่างเงียบๆ ในราคาถูก โดยเฉพาะเมื่อมองไปที่สายสัมพันธ์ของบุคคลสำคัญอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ที่คนในแวดวงล้วนมีธุรกิจเกี่ยวกับคริปโต เพราะพื้นฐานของ BTC คือระบบการโยกย้ายเงินสีเทาและเงินนอกระบบที่ยังไม่มีสินทรัพย์ใดมาทดแทนได้ เป้าหมายสุดท้ายอาจคือการรอให้ ‘รอบของทองคำ’ จบลง เมื่อนักลงทุนตายใจ สหรัฐฯ อาจพลิกเกมกลับมาใช้ BTC เป็นสินทรัพย์สำรอง หรือกลุ่มทุนที่สะสมไว้มากพอก็ใช้เงินเพียง 2-4 ล้านล้านดอลลาร์ ดันราคา BTC ให้ไปถึง 200,000-300,000 ดอลลาร์ ได้ไม่ยาก สร้างปรากฏการณ์ความมั่งคั่งครั้งใหม่ที่ตนเองเป็นผู้คุมเกม นี่คือเกมการเงินที่ซับซ้อนระหว่างสินทรัพย์เก่าอย่างทองคำ และสินทรัพย์ใหม่อย่าง BTC แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ คิดว่านี่เป็นเพียงทฤษฎี หรือเป็นแผนการที่กำลังเกิดขึ้นจริง? คุณเลือกจะอยู่ฝั่งไหนในเกมนี้? ฝากกดไลค์ ติดตาม เพื่อไม่พลาดทุกข่าวสารสำคัญในโลกคริปโต #coin101 #bitcoin #ทองคำ #การลงทุน #เศรษฐกิจโลก